เชื่อว่า ผู้หญิงทุกคนต่างก็มีเจ้าชายในฝันกันทั้งนั้น อยากได้ผู้ชายแบบไหนก็จินตนาการไปได้ตามใจปรารถนา แต่ในความเป็นจริงช่างโหดร้าย เพราะชายในฝันก็จะอยู่แค่เพียงในฝันเท่านั้น จงตื่นขึ้นมาพบกับความจริงเถิด
ผู้ชายในสเปคของผู้หญิงหลายๆคน คงหนีไม่พ้นคุณสมบัติต่างๆ คือ จริงใจ ไม่เจ้าชู้ อบอุ่น ใจดี มีอารมณ์ขัน หล่อ รวย (อันนี้ของแถม) สปอร์ต และที่สำคัญคือ ต้องรักและซื่อสัตย์กับเราคนเดียว
นั่นเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานเท่านั้นค่ะ (ฮา) จริงๆแล้ว ผู้หญิงมักสนใจผู้ชายมีเสน่ห์ เอาใจเก่ง ใส่ใจดูแล เทคแคร์ พูดเพราะ และเป็นกันเอง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่พ้นผู้ชายเจ้าชู้นั่นเอง
อ้าว..แล้วไหนบอกว่าอยากได้คนจริงใจ ไม่เจ้าชู้ ไง แล้วทำไมผู้หญิงมักจะไปชอบผู้ชายเจ้าชู้ หรือแบดบอยอยู่ร่ำไป มันเกิดอะไรขึ้นกับจิตใจของผู้หญิงสมัยนี้กันหนอ
ข้อนี้ก็ยังเป็นที่กังขาในหมู่ชายหนุ่มแสนดีที่ผู้หญิงมักไม่สนใจ เพราะอุตส่าห์ทำดีแทบตายสุดท้ายต้องพ่ายแพ้คารมและความมีเสน่ห์ของผู้ชายเจ้าชู้
อย่าว่าแต่คุณผู้ชายงงเลยค่ะ ผู้หญิงอย่างเราก็แอบงงเหมือนกัน รู้ทั้งรู้ว่าคนเจ้าชู้หลายใจ ไม่รักใครจริงจัง ก็ยังดันทุรังไปหลงใหลพร่ำเพ้อ หลงเสน่ห์ผู้ชายเจ้าชู้จนถอนตัว ถอนใจไม่ขึ้นก็หลายราย
แล้วอย่างนี้ผู้ชายไม่ต้องเปลี่ยนเป็นคนเลวก่อนหรือ ผู้หญิงถึงจะมีใจ.. ขอตอบว่า ไม่ใช่ค่ะ เพราะความหลงใหลเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น มันเป็นความรู้สึกดีๆที่มีคนมาดูแลเทคแคร์เหมือนเจ้าหญิง ผู้หญิงจึงหลงใหลพร่ำเพ้อไปบ้าง เพราะจริงๆแล้วผู้ชายเจ้าชู้ ยิ่งเจอยิ่งดูไม่น่ารัก แถมควรหลีกให้ห่างจะได้ไม่เปลืองตัวเปลืองใจค่ะ ผู้ชายเจ้าชู้ดูมีเสน่ห์แค่ตอนคบหา แต่จะให้เป็นคู่ชีวิตต้องพิจารณาให้นานกว่านั้นค่ะ
ผู้ชายมีเสน่ห์ในตัวเองทุกคนค่ะ เพียงแต่เรารู้สึกไปเองว่าเราด้อยกว่าคนอื่น ความกลัวทำให้เราเสียโอกาสนะคะ อยากเป็นผู้ชายในแบบที่ผู้หญิงสนใจ แค่เปลี่ยนความกลัวให้เป็นความมั่นใจ กล้าพูดกล้าคุยกล้าทัก ไม่เก๊กไม่กั๊ก และเสมอต้นเสมอปลาย ที่สำคัญคือ ควรดูแลเอาใจใส่ตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ไม่ใช่ปล่อยหนวดเครารกรุงรัง การแต่งตัวก็ดูกาลเทศะ ไม่ต้องถึงกับตามเทรนด์ แต่ให้ดูแลเรื่องความสะอาด กลิ่นกายและเสื้อผ้าดูดีไม่ยับย่น แค่นี้คุณผู้ชายก็สร้างความประทับใจแรก แถมดูดีในสายตาของผู้หญิงแล้วค่ะ
วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ทำไมยังโสด? (ตอน2)
บางกรณีของคนโสด ไม่ใช่เพราะไม่เคยมีใคร หรือไม่มีใครต้องการ แต่เป็นเพราะเค้าหรือเธอ เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างอิสระ และชอบที่จะได้คบหากับคนหลายแบบหลายประเภท อาจคบหาและรู้จักคนมากเสียจนรู้ทันผู้อื่นไปซะหมด ทำให้ไม่เหลือความตื่นเต้นท้าทายในการที่จะไปต่อ... หลายคนเคยมีแฟนแล้วอกหัก ช้ำรัก พลัดพราก ก็ไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่เพราะฝังใจกับความเจ็บปวด กลายเป็นคนกลัวความรัก และกลัวที่จะทำให้คนอื่นต้องเจ็บปวด รวมถึงการเห็นชีวิตคู่ที่ผิดหวัง ผิดพลาดมาเยอะ จนทำให้รู้สึกปลง และเข้าใจความไม่แน่นอนของชีวิต จึงเลือกที่จะไม่เดินตามรอยของคนเหล่านั้น
บางคนก็เจ้าชู้ หลายใจ ไม่รู้จะเลือกใคร เพราะคนนั้นก็ดี คนนี้ก็ใช่ ก็เลยคบมันไปเรื่อยๆ ใครอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ทนก็ไป หาใหม่ง่ายกว่า ยิ่งสาวๆสมัยนี้ แข่งกันขาว แข่งกันสวย ยิ่งมีตัวเลือกเพิ่มทั้งน่าเลือก น่าลองไปซะหมด จนอดใจกันไม่ไหว ปัญหาสารพัดก็ตามมาอีก บางคนจึงเบื่อ และหยุดไปเอง หรือร้ายกว่านั้นก็คบแบบไม่จริงจัง หรือไม่ต้องมีเป็นตัวเป็นตนจะดีกว่า
บางคนโสด แต่ไม่สนิท เพราะแอบกิ๊กกั๊กไว้เยอะ หรือสถานะบอกว่าโสด แต่ก็แอบมีคุย มีกุ๊กกิ๊กอยู่แต่แค่ไม่ได้เปิดเผยเท่านั้น บางทีสิ่งที่คนอื่นเห็นว่า คนโสดไม่มีใคร ชอบไปไหนมาไหนคนเดียวก็อาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเค้าคิดก็ได้ เพราะใครจะรู้เมื่อคนโสดอยู่ลับตาคุณเค้ามีใครซ่อนอยู่ หรือปลายทางที่เค้าไปมีใครรออยู่ ไม่มีใครอยู่กับเรา 24 ชั่วโมงค่ะ ทุกสิ่งในโลกอยู่เหนือการคาดเดาเสมอ
การครองตัวโสดไม่ได้หมายถึง ไม่มีใคร แต่แค่ไม่ได้บอกใคร ไม่เปิดเผยและไม่มีใครเห็นเท่านั้น อาจเนื่องจากความไม่พร้อม หรือไม่อยากเปิดตัว หรือจะเหตุผลที่ยากจะเข้าใจอีกสารพัด ซึ่งคนโสดเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจค่ะ..พูดเลย อิอิ
คนทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเองค่ะ ไม่ว่าเขาหรือเธอจะโสดหรือไม่ ก็ล้วนแล้วแต่เลือกทางเดินของตัวเอง เหตุอาจต่างๆกัน แต่ที่สุดแล้วหากความโสดเป็นตัวเลือกสุดท้าย นั่นก็แสดงว่าเขาและเธอพร้อมจะยอมรับ และมั่นใจว่าจะมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างเต็มที่ อย่างที่คนมีคู่ต้องอิจฉาแน่นอนค่ะ
เป็นยังไงบ้างคะ เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ ทำไมยังโสด? แถมเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลอื่นๆอีกมากมายค่ะ นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่หยิบยกมาอ้างอิงและสนับสนุนความโสด เอาเป็นว่า ใครอยากโสดหรือใครอยากมีคู่ก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคนค่ะ บางทีชะตาฟ้าลิขิต วันนี้บอกอยากโสด พรุ่งนี้เจอคนถูกใจก็อาจสละโสดได้เหมือนกัน ใครโสดแล้วสุขก็โสดให้คุ้มต่อไป ใครมีคู่แล้วยังเป็นสุขก็ใช้ชีวิตคู่ให้คุ้มเช่นกันค่ะ ขอให้โชคดีทุกคน ทุกคู่ค่ะ
ปล.ยังมีเรื่องราวของความโสดที่น่าสนใจอีกมากมาย ไว้นึกได้จะมาสาธยายให้ฟังต่อนะคะ ฮ่าๆ
บางคนก็เจ้าชู้ หลายใจ ไม่รู้จะเลือกใคร เพราะคนนั้นก็ดี คนนี้ก็ใช่ ก็เลยคบมันไปเรื่อยๆ ใครอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ทนก็ไป หาใหม่ง่ายกว่า ยิ่งสาวๆสมัยนี้ แข่งกันขาว แข่งกันสวย ยิ่งมีตัวเลือกเพิ่มทั้งน่าเลือก น่าลองไปซะหมด จนอดใจกันไม่ไหว ปัญหาสารพัดก็ตามมาอีก บางคนจึงเบื่อ และหยุดไปเอง หรือร้ายกว่านั้นก็คบแบบไม่จริงจัง หรือไม่ต้องมีเป็นตัวเป็นตนจะดีกว่า
บางคนโสด แต่ไม่สนิท เพราะแอบกิ๊กกั๊กไว้เยอะ หรือสถานะบอกว่าโสด แต่ก็แอบมีคุย มีกุ๊กกิ๊กอยู่แต่แค่ไม่ได้เปิดเผยเท่านั้น บางทีสิ่งที่คนอื่นเห็นว่า คนโสดไม่มีใคร ชอบไปไหนมาไหนคนเดียวก็อาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเค้าคิดก็ได้ เพราะใครจะรู้เมื่อคนโสดอยู่ลับตาคุณเค้ามีใครซ่อนอยู่ หรือปลายทางที่เค้าไปมีใครรออยู่ ไม่มีใครอยู่กับเรา 24 ชั่วโมงค่ะ ทุกสิ่งในโลกอยู่เหนือการคาดเดาเสมอ
การครองตัวโสดไม่ได้หมายถึง ไม่มีใคร แต่แค่ไม่ได้บอกใคร ไม่เปิดเผยและไม่มีใครเห็นเท่านั้น อาจเนื่องจากความไม่พร้อม หรือไม่อยากเปิดตัว หรือจะเหตุผลที่ยากจะเข้าใจอีกสารพัด ซึ่งคนโสดเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจค่ะ..พูดเลย อิอิ
คนทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเองค่ะ ไม่ว่าเขาหรือเธอจะโสดหรือไม่ ก็ล้วนแล้วแต่เลือกทางเดินของตัวเอง เหตุอาจต่างๆกัน แต่ที่สุดแล้วหากความโสดเป็นตัวเลือกสุดท้าย นั่นก็แสดงว่าเขาและเธอพร้อมจะยอมรับ และมั่นใจว่าจะมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างเต็มที่ อย่างที่คนมีคู่ต้องอิจฉาแน่นอนค่ะ
เป็นยังไงบ้างคะ เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ ทำไมยังโสด? แถมเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลอื่นๆอีกมากมายค่ะ นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่หยิบยกมาอ้างอิงและสนับสนุนความโสด เอาเป็นว่า ใครอยากโสดหรือใครอยากมีคู่ก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคนค่ะ บางทีชะตาฟ้าลิขิต วันนี้บอกอยากโสด พรุ่งนี้เจอคนถูกใจก็อาจสละโสดได้เหมือนกัน ใครโสดแล้วสุขก็โสดให้คุ้มต่อไป ใครมีคู่แล้วยังเป็นสุขก็ใช้ชีวิตคู่ให้คุ้มเช่นกันค่ะ ขอให้โชคดีทุกคน ทุกคู่ค่ะ
ปล.ยังมีเรื่องราวของความโสดที่น่าสนใจอีกมากมาย ไว้นึกได้จะมาสาธยายให้ฟังต่อนะคะ ฮ่าๆ
Naru.
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ทำไมยังโสด? (ตอน 1)
ทำไมยังโสด? เป็นคำถามยอดฮิตของยุคนี้..เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้นช่วยเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างในชีวิตที่ขาดหาย หรือจะพูดง่ายๆก็คือ ช่วยให้เราไม่รู้สึกขาดเพื่อน ขาดการติดต่อ เหมือนชีวิตของเราออนไลน์อยู่ตลอดเวลาทั้งหลับและตื่น เหมือนเรามีโลกส่วนตัวมากขึ้น มีเพื่อนใหม่ๆมากขึ้น แม้สังคมรอบตัวจะน้อยลง แต่เราก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนมีคนที่ตื่นอยู่กับเราตลอดเวลา โลกออนไลน์ไม่เคยหลับใหล..
ทำไมยังโสด? เชื่อว่าส่วนใหญ่ คนที่ถูกถามคำถามนี้คงจะแสนเบื่อหน่าย พาลนึกในใจ เรื่องอะไรของ...หว่า 555 (แอบจิกกัด) โสดแล้วไง หนักสมองใครหรือเปล่า ..หลายคนคงอยากย้อนถามกลับไป แต่คนฟังอาจมีเคืองและจะไม่ได้ยินคำถามใดๆจากคนๆนั้นอีกเลย....(ก็ดีนะ ฮา..)
ทำไมยังโสด? พอโดนถามมากๆเข้า คนถูกถามอาจจะนึกย้อนถามตัวเองบ้างก็ได้ เออ..แล้วทำไมเรายังโสดหว่า ทั้งสวย ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งนิสัยดี ถึงจะไม่ค่อยมีตังก็เถอะ (เฮ้ย หรือว่าอันสุดท้ายจะเป็นคำตอบ ฮ่าๆๆ ไม่ใช่มั้ง) ก็หาเหตุผลร้อยแปดมาช่วยดันความเป็นโสดไว้ เหตุผลดีๆทั้งนั้นแหละค่ะ ที่คนเราจะอยู่เป็นโสด ถึงแม้บางคนจะโสดแท้ หรือบางคนจะโสดเทียม บางคนที่เหลืออาจจะจำใจโสดก็เป็นได้ ทั้งหมดทั้งมวลคนโสดแต่ละคนล้วนมีเหตุผลของตัวเองค่ะ ซึ่งแม้คนถามจะไม่เคยเข้าใจว่าทำไม แต่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกค่ะ เพราะคนโสดโคตรเยอะเลยสมัยนี้
คนโสด จัดเป็นประชากรที่เริ่มกินพื้นที่ของประเทศมากขึ้นทุกขณะ แผ่นดินไทยเริ่มมีที่ยืนให้คนโสด และประชากรโสดก็เริ่มเบียดประชากรอื่นๆให้ตกอันดับมากขึ้นทุกปี .. ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะปัจจัยเรื่องเทคโนโลยีนี่อย่างหนึ่ง การศึกษาอย่างหนึ่ง ทัศนคติ และรูปแบบการใช้ชีวิต ก็อย่างหนึ่ง ยังไม่รวมปัจจัยอื่นๆ เช่น ครอบครัว สิ่งแวดล้อม ความเครียด และอาจรวมถึงเศรษฐกิจที่มีแต่ความกดดัน และการแข่งขันที่สูงขึ้นในโลกธุรกิจ การเอาตัวรอดในสังคมที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทำให้คนส่วนใหญ่ตั้งหลักไม่ทัน มารู้ตัวอีกทีก็ล้าหลัง และพยายามที่จะตามให้ทันคนที่ประสบความสำเร็จ
ไหนจะกระแสโลกโซเชียล และสื่อต่างๆ ที่พยายามผลักดันให้คนอยากมีอันจะกิน อยากร่ำรวยมากขึ้น อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ทุกคนจึงต้องดิ้นรน ขวนขวายและไขว่คว้าหาสิ่งที่คนอื่นมี เพื่อให้ตัวเองมีเช่นกัน อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ก็เป็นด้านดีที่ทำให้คนส่วนใหญ่ลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง และมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง ทุกคนกลับมุ่งไปให้ถึงเป้าหมายของตัวเอง จนลืมนึกถึงสิ่งรอบข้าง สังคมรอบตัว ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้มีมากขึ้น เพราะมีเงินเป็นตัวล่อ มีการแข่งขันเป็นบันได และชัยชนะเป็นเป้าหมาย บางคนมองข้ามสิ่งสำคัญรอบตัว หมกมุ่นและคาดหวังว่าจะทำความฝันและเป้าหมายให้สำเร็จ
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำไม จำนวนคนโสดจึงเพิ่มขึ้น หลายๆประเทศก็เริ่มให้ความสำคัญกับการมีครอบครัวและการแต่งงานน้อยลง บางประเทศการเกิดของประชากรยังลดลงอีก ยิ่งประเทศที่มีการแข่งขันสูง และมีความเจริญก้าวหน้ารวดเร็ว จะยิ่งเห็นความสำคัญของการมีชีวิตคู่น้อยลง และทำให้ความสัมพันธ์แบบชั่วคราว หรือความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน เพิ่มมากขึ้น ..... (โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)
![]() |
| ทำไมยังโสด? |
ทำไมยังโสด? เชื่อว่าส่วนใหญ่ คนที่ถูกถามคำถามนี้คงจะแสนเบื่อหน่าย พาลนึกในใจ เรื่องอะไรของ...หว่า 555 (แอบจิกกัด) โสดแล้วไง หนักสมองใครหรือเปล่า ..หลายคนคงอยากย้อนถามกลับไป แต่คนฟังอาจมีเคืองและจะไม่ได้ยินคำถามใดๆจากคนๆนั้นอีกเลย....(ก็ดีนะ ฮา..)
ทำไมยังโสด? พอโดนถามมากๆเข้า คนถูกถามอาจจะนึกย้อนถามตัวเองบ้างก็ได้ เออ..แล้วทำไมเรายังโสดหว่า ทั้งสวย ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งนิสัยดี ถึงจะไม่ค่อยมีตังก็เถอะ (เฮ้ย หรือว่าอันสุดท้ายจะเป็นคำตอบ ฮ่าๆๆ ไม่ใช่มั้ง) ก็หาเหตุผลร้อยแปดมาช่วยดันความเป็นโสดไว้ เหตุผลดีๆทั้งนั้นแหละค่ะ ที่คนเราจะอยู่เป็นโสด ถึงแม้บางคนจะโสดแท้ หรือบางคนจะโสดเทียม บางคนที่เหลืออาจจะจำใจโสดก็เป็นได้ ทั้งหมดทั้งมวลคนโสดแต่ละคนล้วนมีเหตุผลของตัวเองค่ะ ซึ่งแม้คนถามจะไม่เคยเข้าใจว่าทำไม แต่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกค่ะ เพราะคนโสดโคตรเยอะเลยสมัยนี้
คนโสด จัดเป็นประชากรที่เริ่มกินพื้นที่ของประเทศมากขึ้นทุกขณะ แผ่นดินไทยเริ่มมีที่ยืนให้คนโสด และประชากรโสดก็เริ่มเบียดประชากรอื่นๆให้ตกอันดับมากขึ้นทุกปี .. ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะปัจจัยเรื่องเทคโนโลยีนี่อย่างหนึ่ง การศึกษาอย่างหนึ่ง ทัศนคติ และรูปแบบการใช้ชีวิต ก็อย่างหนึ่ง ยังไม่รวมปัจจัยอื่นๆ เช่น ครอบครัว สิ่งแวดล้อม ความเครียด และอาจรวมถึงเศรษฐกิจที่มีแต่ความกดดัน และการแข่งขันที่สูงขึ้นในโลกธุรกิจ การเอาตัวรอดในสังคมที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทำให้คนส่วนใหญ่ตั้งหลักไม่ทัน มารู้ตัวอีกทีก็ล้าหลัง และพยายามที่จะตามให้ทันคนที่ประสบความสำเร็จ
ไหนจะกระแสโลกโซเชียล และสื่อต่างๆ ที่พยายามผลักดันให้คนอยากมีอันจะกิน อยากร่ำรวยมากขึ้น อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ทุกคนจึงต้องดิ้นรน ขวนขวายและไขว่คว้าหาสิ่งที่คนอื่นมี เพื่อให้ตัวเองมีเช่นกัน อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ก็เป็นด้านดีที่ทำให้คนส่วนใหญ่ลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง และมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง ทุกคนกลับมุ่งไปให้ถึงเป้าหมายของตัวเอง จนลืมนึกถึงสิ่งรอบข้าง สังคมรอบตัว ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้มีมากขึ้น เพราะมีเงินเป็นตัวล่อ มีการแข่งขันเป็นบันได และชัยชนะเป็นเป้าหมาย บางคนมองข้ามสิ่งสำคัญรอบตัว หมกมุ่นและคาดหวังว่าจะทำความฝันและเป้าหมายให้สำเร็จ
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำไม จำนวนคนโสดจึงเพิ่มขึ้น หลายๆประเทศก็เริ่มให้ความสำคัญกับการมีครอบครัวและการแต่งงานน้อยลง บางประเทศการเกิดของประชากรยังลดลงอีก ยิ่งประเทศที่มีการแข่งขันสูง และมีความเจริญก้าวหน้ารวดเร็ว จะยิ่งเห็นความสำคัญของการมีชีวิตคู่น้อยลง และทำให้ความสัมพันธ์แบบชั่วคราว หรือความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน เพิ่มมากขึ้น ..... (โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)
Naru.
วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557
นอกใจ นอกกาย
สมัยนี้หนุ่มสาว รักกันง่าย เลิกกันง่ายจัง.. มีใครรู้สึกแบบนี้บ้างมั๊ยคะ ดูง่ายๆ แค่คนใกล้ตัว หรือคนที่เรารู้จัก บางคนคบกันมาตั้งเกือบ 10 ปี สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกัน แต่ต้องมาเลิกกันเพราะผู้ชายไปมีกิ๊ก บางคนแต่งงานมีลูกยังไม่ทันถึงปี ต้องไปทำงานต่างจังหวัด นานๆเจอกันที มารู้อีกทีก็มีเมียใหม่ไปแล้ว
นี่แค่ตัวอย่างบางเคสที่ทำให้รู้สึกว่า โลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริงๆ ไม่ว่าผู้หญิงจะดีแสนดี หรือจะร้ายแสนร้ายแค่ไหน บทผู้ชายจะนอกใจก็ไม่มีอะไรมาขวางได้เลยค่ะ
ผู้ชายมักจะบอกว่า ก็แค่เล่นๆ ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้จริงจัง แต่พอเอาเข้าจริง มันเอาจริงๆค่ะ ไม่ได้เอาเล่นๆ ( ฮ่าๆ แอบเหน็บเล็กๆ ) ถ้าผู้หญิงที่เค้าไปเล่นด้วย ไม่ได้จริงจังก็ดีไปค่ะ ผู้ชายก็กลับมาตายรังเพราะความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน ต่างฝ่ายต่างพอใจเสร็จแล้วก็หันหลังเดินจากกัน
แต่ถ้าเจอผู้หญิงที่เค้าเอาจริง ไม่เอาเล่นขึ้นมา ทีนี้ความลำบากมาเยือนคุณผู้ชายแน่นอนค่ะ ถ้าโสดก็อาจจะยอมคบต่อไป เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ ไหนๆก็ของฟรี แต่ถ้ามีครอบครัวแล้ว งานงอกแน่นอนค่ะ เกิดผู้หญิงจับไม่ปล่อย รู้ถึงหูภรรยา ทีนี้เป็นตายเท่ากันเลยทีเดียว
การนอกใจ อาจแค่อารมณ์ชั่ววูบ หวามไหวไปกับสิ่งสวยงามยั่วยุทางสายตา แอบรัก แอบคุย แอบชอบ แต่ไม่แอบไปลึกซึ้งกับใคร ก็พอให้อภัยได้ แต่เมื่อไหร่ปล่อยใจล่วงเลยไปจนถึงการนอกกายขึ้นมา ผิดถูกไม่รู้ รู้แต่ปิดหูปิดตาจากศีลธรรมเพราะหลงมัวเมาในคนใหม่ ของใหม่ กามารมณ์ ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็ทำให้เกิดความสุขได้จริงค่ะ ความสุขชั่วคราว แต่มันไม่ถูกต้อง เพราะมันผิดที่ ผิดเวลา ผิดศีล และผิดต่อครอบครัว
เมื่อคุณคิดมีครอบครัว ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง สิ่งที่ต้องตระหนัก คือ ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบ ไม่ว่าต่อการเป็นสามีภรรยา หรือเป็นพ่อแม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ เป็นความเสียสละ เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน จะให้เป็นภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ความสุขส่วนตัวหากคุณยังคิดว่า คุณมีสิทธิ์ใช้ชีวิตมักง่าย คุณก็ไม่ควรดึงใครเข้ามาและให้ความหวังที่จะใช้ชีวิตร่วมกันกับคุณอย่างราบรื่นและมั่นคง
จริงอยู่ว่า มีข้ออ้างที่สามารถหยิบยกมาเพื่อแก้ต่างการนอกใจ นอกกาย นั่นคือ ถึงแม้จะนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่ก็ไม่คิดทอดทิ้ง และยังรับผิดชอบครอบครัวเป็นอย่างดี แต่ลองใช้สติและสมองอันชาญฉลาด คิดถึงผลที่จะตามมา หากสิ่งที่คุณทำไปนั้น มันส่งผลเสียและย้อนกลับมาตอบแทนคุณ และครอบครัว เช่น การอิจฉาริษยา แย่งชิง หึงหวง ใช้ความรุนแรง ที่หนักไปกว่านั้นคือ โรคภัย
นอกจากการนอกกายนอกใจ จะเป็นความเสี่ยงต่อการทำร้ายคุณ ทั้งทางตรงและทางอ้อมแล้ว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น บาดแผลที่ฝังใจ อาจทิ้งรอยไว้ ไม่อาจลบเลือน เปรียบเหมือนแก้วร้าวที่ยากจะประสาน ลองใคร่ครวญให้ดี อย่าใช้เพียงอารมณ์ใคร่หรือความอยากเป็นตัวนำทาง เพราะคุณคงไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นพาหะของโรคร้ายที่นำความหายนะมาสู่ครอบครัว ทั้งทางร่างกายและจิตใจหรอกนะคะ
นี่แค่ตัวอย่างบางเคสที่ทำให้รู้สึกว่า โลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริงๆ ไม่ว่าผู้หญิงจะดีแสนดี หรือจะร้ายแสนร้ายแค่ไหน บทผู้ชายจะนอกใจก็ไม่มีอะไรมาขวางได้เลยค่ะ
![]() |
| การนอกใจ |
ผู้ชายมักจะบอกว่า ก็แค่เล่นๆ ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้จริงจัง แต่พอเอาเข้าจริง มันเอาจริงๆค่ะ ไม่ได้เอาเล่นๆ ( ฮ่าๆ แอบเหน็บเล็กๆ ) ถ้าผู้หญิงที่เค้าไปเล่นด้วย ไม่ได้จริงจังก็ดีไปค่ะ ผู้ชายก็กลับมาตายรังเพราะความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน ต่างฝ่ายต่างพอใจเสร็จแล้วก็หันหลังเดินจากกัน
แต่ถ้าเจอผู้หญิงที่เค้าเอาจริง ไม่เอาเล่นขึ้นมา ทีนี้ความลำบากมาเยือนคุณผู้ชายแน่นอนค่ะ ถ้าโสดก็อาจจะยอมคบต่อไป เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ ไหนๆก็ของฟรี แต่ถ้ามีครอบครัวแล้ว งานงอกแน่นอนค่ะ เกิดผู้หญิงจับไม่ปล่อย รู้ถึงหูภรรยา ทีนี้เป็นตายเท่ากันเลยทีเดียว
การนอกใจ อาจแค่อารมณ์ชั่ววูบ หวามไหวไปกับสิ่งสวยงามยั่วยุทางสายตา แอบรัก แอบคุย แอบชอบ แต่ไม่แอบไปลึกซึ้งกับใคร ก็พอให้อภัยได้ แต่เมื่อไหร่ปล่อยใจล่วงเลยไปจนถึงการนอกกายขึ้นมา ผิดถูกไม่รู้ รู้แต่ปิดหูปิดตาจากศีลธรรมเพราะหลงมัวเมาในคนใหม่ ของใหม่ กามารมณ์ ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็ทำให้เกิดความสุขได้จริงค่ะ ความสุขชั่วคราว แต่มันไม่ถูกต้อง เพราะมันผิดที่ ผิดเวลา ผิดศีล และผิดต่อครอบครัว
เมื่อคุณคิดมีครอบครัว ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง สิ่งที่ต้องตระหนัก คือ ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบ ไม่ว่าต่อการเป็นสามีภรรยา หรือเป็นพ่อแม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ เป็นความเสียสละ เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน จะให้เป็นภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ความสุขส่วนตัวหากคุณยังคิดว่า คุณมีสิทธิ์ใช้ชีวิตมักง่าย คุณก็ไม่ควรดึงใครเข้ามาและให้ความหวังที่จะใช้ชีวิตร่วมกันกับคุณอย่างราบรื่นและมั่นคง
จริงอยู่ว่า มีข้ออ้างที่สามารถหยิบยกมาเพื่อแก้ต่างการนอกใจ นอกกาย นั่นคือ ถึงแม้จะนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่ก็ไม่คิดทอดทิ้ง และยังรับผิดชอบครอบครัวเป็นอย่างดี แต่ลองใช้สติและสมองอันชาญฉลาด คิดถึงผลที่จะตามมา หากสิ่งที่คุณทำไปนั้น มันส่งผลเสียและย้อนกลับมาตอบแทนคุณ และครอบครัว เช่น การอิจฉาริษยา แย่งชิง หึงหวง ใช้ความรุนแรง ที่หนักไปกว่านั้นคือ โรคภัย
นอกจากการนอกกายนอกใจ จะเป็นความเสี่ยงต่อการทำร้ายคุณ ทั้งทางตรงและทางอ้อมแล้ว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น บาดแผลที่ฝังใจ อาจทิ้งรอยไว้ ไม่อาจลบเลือน เปรียบเหมือนแก้วร้าวที่ยากจะประสาน ลองใคร่ครวญให้ดี อย่าใช้เพียงอารมณ์ใคร่หรือความอยากเป็นตัวนำทาง เพราะคุณคงไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นพาหะของโรคร้ายที่นำความหายนะมาสู่ครอบครัว ทั้งทางร่างกายและจิตใจหรอกนะคะ
Naru.
วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ผู้ชายเจ้าชู้ ยิ่งเจอยิ่งดูไม่น่ารัก
ทำไมผู้ชาย(เกือบ)ทุกคน ถึงเจ้าชู้กันนัก จะมีผู้ชายดีๆเหลืออยู่บนโลกนี้บ้างมั๊ย ...น่าจะเป็นประโยคคำถามที่ผู้หญิงหลายๆคนอยากตะโกนถามคนทั้งโลก..
ก็เป็นแค่ความคิดเพี้ยนๆชั่วครั้งชั่วคราวของผู้หญิงเท่านั้นแหละค่ะ บางทีอารมณ์มันก็พาไป เหงา เศร้า อกหักช้ำรัก ก็เกิดอาการน้อยใจในโชคชะตา และอดที่จะตัดพ้อต่อความอาภัพของตัวเองไม่ได้ หรือเวลาที่เห็นคนรักกัน สวีทหวานกัน ต่อมอิจฉาก็ทำงานเป็นธรรมดาค่ะ แต่พอถึงเวลาจริงๆ มันไม่ใช่ใครก็ได้นี่สิ เฮ้อ..นึกแล้วเศร้า
แล้วทำไมผู้ชายต้องเจ้าชู้ด้วยล่ะ (ย้อนมาถามคำถามเดิม) คุณผู้ชายก็คงตอบว่า ก็ไม่รู้สินะ ถ้าไม่เจ้าชู้ก็ไม่ใช่ผู้ชายน่ะสิ
แล้วเอาอะไรมาวัดว่าเค้าเจ้าชู้ล่ะ... แหมๆๆ ไม่น่าถาม ก็ไอ้พฤติกรรมส่อต่อการนอกใจที่ประพฤติปฏิบัติกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ที่ชอบแอบมอง แอบยิ้ม แอบโลมเลียสาวๆด้วยสายตา บางทีก็แอบคุย แอบแชทกัน มันชวนให้คิดจิตเตลิดไปไหนต่อไป ขนาดต่อหน้าต่อตา พ่อเจ้าประคุณยังมองสาวๆซะจนคอแทบหัก นี่ถ้าลับหลังไม่วิ่งตามไปขอเบอร์ ขอไลน์เค้าหรอเนี่ย
ผู้ชายบางคนบอกว่า ทำต่อหน้าให้เห็นเนี่ยแหละดีแล้ว แสดงว่าจริงใจเปิดเผย ไม่ปิดบังซ่อนเร้น เอิ่ม..ถามผู้หญิงหน่อยมั๊ย ปลื้มมากป่าวกับความจริงใจแบบนี้ บางทีมันก็ดูเหมือนไม่ให้เกียรติกันเลยนะ ทั้งเล่นหูเล่นตา ทั้งแซวกันหยอกกัน ส่งสายตาส่งยิ้มกัน ข้ามหน้าข้ามตา ข้ามหัวกันเลยทีเดียว มันจะไม่มีนัยยะอะไรเลยเชียวหรือ ถามจริ๊งงง
คนรักกันต้องเข้าใจกัน ผู้ชายก็ต้องมีโมเม้นท์นี้กันทั้งนั้น.. อันนี้ไม่เถียงเลยค่ะ แต่อย่าหวังเพียงให้ผู้หญิงเข้าใจความเป็นชายเพียงฝ่ายเดียวเลย โปรดช่วยหันกลับมาเข้าใจหัวใจผู้หญิงบ้าง หากผู้หญิงของคุณทำแบบเดียวกันกับที่คุณทำ เช็คเรตติ้งกับหนุ่มๆ ปลื้มผู้ชายคนอื่นออกหน้าออกตา หรือแชทไลน์ โทรคุยหวานๆกับผู้ชายหลายคน คุณจะปลื้มปริ่ม หรือภูมิใจกับการกระทำพวกนี้ของเธอมั๊ยคะ ถ้าคุณรับได้ โอเคเลยค่ะ แฟร์ดี
อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนนะคะ ผู้ชายกับผู้หญิงคิดต่างกัน เพราะใช้สมองคนละส่วนในการคิดวิเคราะห์ แต่อย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนล้วนมีความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ด้วยกันทั้งนั้น จะแสดงออกมามากน้อยอยู่ที่สติและจิตสำนึกว่าใครสามารถควบคุมมันได้มากกว่ากัน
บทเรียนของผู้ชายเจ้าชู้ มีให้เห็นมากมาย เลือกได้เลือกเลยค่ะ ชีวิตเป็นของคุณอยู่แล้ว ใช้มันให้คุ้มกับความเป็นชาย เกิดมาชาติหนึ่ง จะได้ไม่เสียชาติเกิดไงคะ ...เราเตือนคุณแล้ว ^^
หวังเพียงให้ทุกคนมีสติและใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง เหมาะสม ทุกอย่างก็น่าจะลงเอยด้วยดี ไม่มีปัญหาวุ่นวายตามมาค่ะ หากใช้ชีวิตผิด ก็มีสิทธิ์พลาด และอาจต้องเสียใจเพราะทุกอย่างมันสายเกินไปค่ะ
ก็เป็นแค่ความคิดเพี้ยนๆชั่วครั้งชั่วคราวของผู้หญิงเท่านั้นแหละค่ะ บางทีอารมณ์มันก็พาไป เหงา เศร้า อกหักช้ำรัก ก็เกิดอาการน้อยใจในโชคชะตา และอดที่จะตัดพ้อต่อความอาภัพของตัวเองไม่ได้ หรือเวลาที่เห็นคนรักกัน สวีทหวานกัน ต่อมอิจฉาก็ทำงานเป็นธรรมดาค่ะ แต่พอถึงเวลาจริงๆ มันไม่ใช่ใครก็ได้นี่สิ เฮ้อ..นึกแล้วเศร้า
แล้วทำไมผู้ชายต้องเจ้าชู้ด้วยล่ะ (ย้อนมาถามคำถามเดิม) คุณผู้ชายก็คงตอบว่า ก็ไม่รู้สินะ ถ้าไม่เจ้าชู้ก็ไม่ใช่ผู้ชายน่ะสิ
แล้วเอาอะไรมาวัดว่าเค้าเจ้าชู้ล่ะ... แหมๆๆ ไม่น่าถาม ก็ไอ้พฤติกรรมส่อต่อการนอกใจที่ประพฤติปฏิบัติกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ที่ชอบแอบมอง แอบยิ้ม แอบโลมเลียสาวๆด้วยสายตา บางทีก็แอบคุย แอบแชทกัน มันชวนให้คิดจิตเตลิดไปไหนต่อไป ขนาดต่อหน้าต่อตา พ่อเจ้าประคุณยังมองสาวๆซะจนคอแทบหัก นี่ถ้าลับหลังไม่วิ่งตามไปขอเบอร์ ขอไลน์เค้าหรอเนี่ย
ผู้ชายบางคนบอกว่า ทำต่อหน้าให้เห็นเนี่ยแหละดีแล้ว แสดงว่าจริงใจเปิดเผย ไม่ปิดบังซ่อนเร้น เอิ่ม..ถามผู้หญิงหน่อยมั๊ย ปลื้มมากป่าวกับความจริงใจแบบนี้ บางทีมันก็ดูเหมือนไม่ให้เกียรติกันเลยนะ ทั้งเล่นหูเล่นตา ทั้งแซวกันหยอกกัน ส่งสายตาส่งยิ้มกัน ข้ามหน้าข้ามตา ข้ามหัวกันเลยทีเดียว มันจะไม่มีนัยยะอะไรเลยเชียวหรือ ถามจริ๊งงง
คนรักกันต้องเข้าใจกัน ผู้ชายก็ต้องมีโมเม้นท์นี้กันทั้งนั้น.. อันนี้ไม่เถียงเลยค่ะ แต่อย่าหวังเพียงให้ผู้หญิงเข้าใจความเป็นชายเพียงฝ่ายเดียวเลย โปรดช่วยหันกลับมาเข้าใจหัวใจผู้หญิงบ้าง หากผู้หญิงของคุณทำแบบเดียวกันกับที่คุณทำ เช็คเรตติ้งกับหนุ่มๆ ปลื้มผู้ชายคนอื่นออกหน้าออกตา หรือแชทไลน์ โทรคุยหวานๆกับผู้ชายหลายคน คุณจะปลื้มปริ่ม หรือภูมิใจกับการกระทำพวกนี้ของเธอมั๊ยคะ ถ้าคุณรับได้ โอเคเลยค่ะ แฟร์ดี
อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนนะคะ ผู้ชายกับผู้หญิงคิดต่างกัน เพราะใช้สมองคนละส่วนในการคิดวิเคราะห์ แต่อย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนล้วนมีความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ด้วยกันทั้งนั้น จะแสดงออกมามากน้อยอยู่ที่สติและจิตสำนึกว่าใครสามารถควบคุมมันได้มากกว่ากัน
บทเรียนของผู้ชายเจ้าชู้ มีให้เห็นมากมาย เลือกได้เลือกเลยค่ะ ชีวิตเป็นของคุณอยู่แล้ว ใช้มันให้คุ้มกับความเป็นชาย เกิดมาชาติหนึ่ง จะได้ไม่เสียชาติเกิดไงคะ ...เราเตือนคุณแล้ว ^^
หวังเพียงให้ทุกคนมีสติและใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง เหมาะสม ทุกอย่างก็น่าจะลงเอยด้วยดี ไม่มีปัญหาวุ่นวายตามมาค่ะ หากใช้ชีวิตผิด ก็มีสิทธิ์พลาด และอาจต้องเสียใจเพราะทุกอย่างมันสายเกินไปค่ะ
Naru.
วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557
อารมณ์เหงา ในฤดูหนาว
ช่วงนี้เข้าฤดูหนาวแล้ว อากาศเย็นลงมาก ไม่ต้องไปเหนือก็หนาวได้ หุหุ ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ อยากบอกเหลือเกินว่า แฟชั่นผ้าพันคอมาแรงมาก แต่ก็อย่ามัวห่วงสวยใช้แต่ผ้าพันคอ ปล่อยให้ขนแขนสแตนด์อัพเกรียวกราว พาลเป็นไข้ไม่สบายเอาได้นะคะ
ช่วงนี้ควรงัดเอาเสื้อกันหนาวแขนยาวที่เก็บอัดไว้ตั้งแต่ปีก่อนขึ้นมาใช้ประโยชน์บ้าง หรือใครซื้อใหม่ตามแฟชั่นประชันกันแค่ไหน ก็จัดให้สุดๆไปเลยค่ะ สวยตัวสั่น มันไม่ค่อยฟินเท่าไหร่นะคะ อิอิ
พูดถึงฤดูหนาว มันมักจะทำให้เราเกิดอารมณ์เปลี่ยว เอ๊ย อารมณ์หงา ขึ้นมาทันที ใครที่มีแฟนก็ได้กอดแฟนให้หายหนาว มันเป็นโอกาสนะคะ หน้าหนาวเนี่ยกอดกันได้ ไม่ต้องหาข้ออ้างมากมาย แค่อากาศพาไปก็ได้ฟินแล้วค่ะ เดี๋ยวพอหน้าร้อน จะหาเรื่องกอดที ก็อารมณ์หงุดหงิดเพราะอากาศไม่เป็นใจ เพราะฉะนั้น กอดให้เยอะๆนะคะ หน้าหนาวเนี่ย
ส่วนคนโสด ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะฤดูหนาว คือ ฤดูเหงา ประจำปีของคนโสดค่ะ หนาวๆอยากหาคนกอดก็ลำบาก ไอ้ที่อยากกอดก็ไม่ให้กอด ไอ้ที่จะมากอดก็อยากจะเหวี่ยงไปไกลๆ แหม...มันช่างเป็นฤดูเหงาที่โหดร้ายจริงๆนะคะ
ยิ่งหนาว ก็ยิ่งเหงา จริงๆ คนโสดเยอะแยะเต็มบ้านเต็มเมือง หากมาอยู่รวมกัน ได้กอดกันกระจายแน่ค่ะ แต่..อย่าดีกว่า เหงาได้ก็หายเหงาได้ค่ะ ไม่ถึงกับตายหรอก อยู่มาตั้งหลายฤดูแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาซะปูนนี้ ก็อดทนต่อไปค่ะ เราฝึกมาเป็นอย่างดี อิอิ
จริงๆความเหงา มันก็ทำให้เราเศร้าเหมือนกันนะคะ มันชวนให้คิดถึงใครต่อใครในอดีต คิดถึงแฟนเก่า เพื่อนเก่า อ้อมกอดเก่าๆที่อบอุ่นคุ้นเคย มันทำให้เราหวั่นไหวได้เยอะเลย ฤดูเหงาเนี่ยเป็นฤดูอันตรายนะคะ เพราะทำให้เราอยากมีใครสักคนมากเกินปกติ ประมาณว่า ฮอร์โมนเพศกระตุ้นให้อยากมีคู่ก็ว่าได้ 555
จากที่เคยอยู่คนเดียวได้ ไม่แคร์ใครมาตั้งหลายฤดู มาเจอฤดูหนาวนี่ จอดเลย มันก็ต้องมีแอบแว่บเข้ามาในหัวบ้างล่ะน่า ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกค่ะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ อย่างน้อยเราก็ยังมีอารมณ์มีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไปเค้านั่นแหละค่ะ แต่ในเมื่อเราเคยผ่านมันมาได้ จะกี่หนาวเราก็ไม่หวั่นค่ะ
ท้ายนี้ ขออารมณ์เหงา ในฤดูหนาว จงสงบ...อาเมน
ช่วงนี้ควรงัดเอาเสื้อกันหนาวแขนยาวที่เก็บอัดไว้ตั้งแต่ปีก่อนขึ้นมาใช้ประโยชน์บ้าง หรือใครซื้อใหม่ตามแฟชั่นประชันกันแค่ไหน ก็จัดให้สุดๆไปเลยค่ะ สวยตัวสั่น มันไม่ค่อยฟินเท่าไหร่นะคะ อิอิ
พูดถึงฤดูหนาว มันมักจะทำให้เราเกิดอารมณ์เปลี่ยว เอ๊ย อารมณ์หงา ขึ้นมาทันที ใครที่มีแฟนก็ได้กอดแฟนให้หายหนาว มันเป็นโอกาสนะคะ หน้าหนาวเนี่ยกอดกันได้ ไม่ต้องหาข้ออ้างมากมาย แค่อากาศพาไปก็ได้ฟินแล้วค่ะ เดี๋ยวพอหน้าร้อน จะหาเรื่องกอดที ก็อารมณ์หงุดหงิดเพราะอากาศไม่เป็นใจ เพราะฉะนั้น กอดให้เยอะๆนะคะ หน้าหนาวเนี่ย
ส่วนคนโสด ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะฤดูหนาว คือ ฤดูเหงา ประจำปีของคนโสดค่ะ หนาวๆอยากหาคนกอดก็ลำบาก ไอ้ที่อยากกอดก็ไม่ให้กอด ไอ้ที่จะมากอดก็อยากจะเหวี่ยงไปไกลๆ แหม...มันช่างเป็นฤดูเหงาที่โหดร้ายจริงๆนะคะ
ยิ่งหนาว ก็ยิ่งเหงา จริงๆ คนโสดเยอะแยะเต็มบ้านเต็มเมือง หากมาอยู่รวมกัน ได้กอดกันกระจายแน่ค่ะ แต่..อย่าดีกว่า เหงาได้ก็หายเหงาได้ค่ะ ไม่ถึงกับตายหรอก อยู่มาตั้งหลายฤดูแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาซะปูนนี้ ก็อดทนต่อไปค่ะ เราฝึกมาเป็นอย่างดี อิอิ
จริงๆความเหงา มันก็ทำให้เราเศร้าเหมือนกันนะคะ มันชวนให้คิดถึงใครต่อใครในอดีต คิดถึงแฟนเก่า เพื่อนเก่า อ้อมกอดเก่าๆที่อบอุ่นคุ้นเคย มันทำให้เราหวั่นไหวได้เยอะเลย ฤดูเหงาเนี่ยเป็นฤดูอันตรายนะคะ เพราะทำให้เราอยากมีใครสักคนมากเกินปกติ ประมาณว่า ฮอร์โมนเพศกระตุ้นให้อยากมีคู่ก็ว่าได้ 555
จากที่เคยอยู่คนเดียวได้ ไม่แคร์ใครมาตั้งหลายฤดู มาเจอฤดูหนาวนี่ จอดเลย มันก็ต้องมีแอบแว่บเข้ามาในหัวบ้างล่ะน่า ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกค่ะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ อย่างน้อยเราก็ยังมีอารมณ์มีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไปเค้านั่นแหละค่ะ แต่ในเมื่อเราเคยผ่านมันมาได้ จะกี่หนาวเราก็ไม่หวั่นค่ะ
ท้ายนี้ ขออารมณ์เหงา ในฤดูหนาว จงสงบ...อาเมน
Naru.
ตาบอด..เพราะความรัก
โบราณว่าไว้ "ความรักทำให้คนตาบอด" เมื่อมีความรักไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็เกิดอาการเขวได้ทั้งนั้น ต้องมีอาการจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คอยแต่จะคิดถึง ดวงจิตติดตามอยากไปอยู่ใกล้ชิดคนที่รักตลอดเวลา
จริงหรือ..ที่ความรัก ทำให้เราอ่อนแอ หรือแท้จริงแล้วมันเป็นเพียงอารมณ์วูบไหวไปตามเหตุปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกับเราในทางลบ ความรักมักทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะเกิดอารมณ์หวั่นไหว ไม่มั่นใจ ประหม่า และจิตตกเป็นช่วงๆ บางทีก็ดูเหมือนคนบ้า เหม่อลอย ยิ้มคนเดียว อารมณ์ดีเกินเหตุ
แต่ในทางกลับกัน หากมีเหตุที่ทำให้ผิดใจ บาดหมาง ความสัมพันธ์สั่นคลอน ก็ส่งผลให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด แปรปรวนได้ตลอดเวลา หน้าตาก็หม่นหมอง ไม่สดใส
ทำไมบางคนจึงตาบอด เพราะความรัก ...
ความรักทำให้คนตาบอด อาจด้วยเพราะรักมาก ยึดติดกับความรักนั้นไว้ รักด้วยความหลง รักโดยหวังผลเพียงแค่ได้ความรักตอบ ต้องการให้คนรักยอมรับ เป็นความรักที่เกิดจากความคาดหวัง สามารถทำทุกอย่างเพื่อคนที่รักอย่างเต็มที่และเต็มใจ
แม้สิ่งที่ทำนั้นจะดีหรือไม่ จะผิดหรือถูก ถึงต้องยอมแลก ยอมลำบาก ก็ไม่สนใจ ไม่แคร์คนรอบข้าง ยอมได้ทุกอย่าง เพื่อให้คนที่รักมีความสุข เห็นผิดเป็นถูกได้เสมอ ถึงแม้คนที่รักจะทำผิด ทำไม่ดีไว้มากมายก็พร้อมยอมอภัย ยอมเสียสละและอยู่เคียงข้างไม่ห่างไปไหน หรือจะเรียกง่ายๆก็คือ การรักแบบขาดสตินั่นเอง
ความรักแบบขาดสตินี้ จำต้องอาศัยเวลาในการพิจารณา หากคู่รักเป็นคนดีสมควรแก่การหลงรักหัวปักหัวปำ ก็ถือเป็นความโชคดีของทั้ง 2 คน แค่รู้จักปล่อยวางให้ชีวิตเกิดความพอดีบ้างทุกอย่างก็ราบรื่นดี
แต่หากเจอคู่รักที่ไม่ดี เห็นแก่ตัว ก็จะถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เมื่อเรารักโดยขาดสติ และยึดเหนี่ยวเค้าไว้เพื่อแลกความสุขจอมปลอม กว่ากาลเวลาพิสูจน์ความเป็นคนของคนๆนั้นให้เรารู้ ทุกอย่างอาจสายเกินไป สูญเสียสิ่งนอกกาย ยังไม่น่าเสียใจเท่าสูญเสียคุณค่าความเป็นคนของเราให้กับคนที่ไร้ค่า เพียงเพราะปล่อยให้ความรักบังตา คาดหวัง ยึดติด ไม่ปล่อยวาง นั่นก็จะทำให้เรา ตามืดบอดสนิทไปแล้วจริงๆ
จริงหรือ..ที่ความรัก ทำให้เราอ่อนแอ หรือแท้จริงแล้วมันเป็นเพียงอารมณ์วูบไหวไปตามเหตุปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกับเราในทางลบ ความรักมักทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะเกิดอารมณ์หวั่นไหว ไม่มั่นใจ ประหม่า และจิตตกเป็นช่วงๆ บางทีก็ดูเหมือนคนบ้า เหม่อลอย ยิ้มคนเดียว อารมณ์ดีเกินเหตุ
แต่ในทางกลับกัน หากมีเหตุที่ทำให้ผิดใจ บาดหมาง ความสัมพันธ์สั่นคลอน ก็ส่งผลให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด แปรปรวนได้ตลอดเวลา หน้าตาก็หม่นหมอง ไม่สดใส
ทำไมบางคนจึงตาบอด เพราะความรัก ...
ความรักทำให้คนตาบอด อาจด้วยเพราะรักมาก ยึดติดกับความรักนั้นไว้ รักด้วยความหลง รักโดยหวังผลเพียงแค่ได้ความรักตอบ ต้องการให้คนรักยอมรับ เป็นความรักที่เกิดจากความคาดหวัง สามารถทำทุกอย่างเพื่อคนที่รักอย่างเต็มที่และเต็มใจ
แม้สิ่งที่ทำนั้นจะดีหรือไม่ จะผิดหรือถูก ถึงต้องยอมแลก ยอมลำบาก ก็ไม่สนใจ ไม่แคร์คนรอบข้าง ยอมได้ทุกอย่าง เพื่อให้คนที่รักมีความสุข เห็นผิดเป็นถูกได้เสมอ ถึงแม้คนที่รักจะทำผิด ทำไม่ดีไว้มากมายก็พร้อมยอมอภัย ยอมเสียสละและอยู่เคียงข้างไม่ห่างไปไหน หรือจะเรียกง่ายๆก็คือ การรักแบบขาดสตินั่นเอง
ความรักแบบขาดสตินี้ จำต้องอาศัยเวลาในการพิจารณา หากคู่รักเป็นคนดีสมควรแก่การหลงรักหัวปักหัวปำ ก็ถือเป็นความโชคดีของทั้ง 2 คน แค่รู้จักปล่อยวางให้ชีวิตเกิดความพอดีบ้างทุกอย่างก็ราบรื่นดี
แต่หากเจอคู่รักที่ไม่ดี เห็นแก่ตัว ก็จะถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เมื่อเรารักโดยขาดสติ และยึดเหนี่ยวเค้าไว้เพื่อแลกความสุขจอมปลอม กว่ากาลเวลาพิสูจน์ความเป็นคนของคนๆนั้นให้เรารู้ ทุกอย่างอาจสายเกินไป สูญเสียสิ่งนอกกาย ยังไม่น่าเสียใจเท่าสูญเสียคุณค่าความเป็นคนของเราให้กับคนที่ไร้ค่า เพียงเพราะปล่อยให้ความรักบังตา คาดหวัง ยึดติด ไม่ปล่อยวาง นั่นก็จะทำให้เรา ตามืดบอดสนิทไปแล้วจริงๆ
Naru.
วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557
แรกรัก..ชักหวั่นไหว
แรกรักอะไรๆก็หอมหวาน โลกเป็นสีชมพู ทุกอย่างดูดี ดูสวยงามไปหมด ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก การเอาใจใส่ดูแลเทคแคร์มาเต็ม ไม่ต้องเอ่ยปากก็อยากฝากรักทุกเวลา..สมัยนี้เค้าเรียก ช่วงโปรโมชั่น คุณผู้หญิงอยากได้อะไร ช่วงนี้ควรจัดเต็มและรีบตักตวง หมายถึงความสุขนะคะ ไม่ใช่ให้ไปหลอกเอาเงินเอาทองจากเค้า
คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า "ผู้ชายตกหลุมรักด้วยการมองเห็น ผู้หญิงตกหลุมรักด้วยการได้ยิน" ส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนั้นจริงๆค่ะ.. สำหรับผู้ชายนั้น การมองเห็น เป็นความประทับใจแรก จึงมักเป็นปัญหาหึงหวงสำหรับผู้หญิงที่เป็นแฟน เพราะเมื่อผู้ชายมองผู้หญิงคนอื่นนอกจากแฟนตัวเอง ก็ชวนให้คิดแล้วว่า เค้ากำลังสนใจและอยากเป็นแฟนกับผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ ส่วนผู้หญิงนั้น การพูดคุยทำให้ตกหลุมรักได้ง่ายมาก จึงได้มีคำกล่าวที่ว่า "คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง" เพราะการพูดคุยทำให้ผู้หญิงรู้สึกไว้ใจ ผู้ชายที่คุยสนุกเป็นกันเองและมีอารมณ์ขัน มักทำให้ผู้หญิงหวั่นไหวได้ง่ายกว่าการเจอผู้ชายหล่อๆ แต่พูดคุยไม่สนุก และขาดเสน่ห์ และการที่ผู้หญิงมักหลงเสน่ห์หรือหลงคารมจากการพูดคุยกับผู้ชายนั้น ทำให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกผู้ชายไม่ดีหลอกลวงและเอาเปรียบได้ง่ายค่ะ
จริงๆ ผู้ชายก็มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน ใช่ว่าผู้ชายทุกคนตั้งใจจะมาหลอกผู้หญิงในช่วงแรกไปซะหมดหรอกค่ะ แต่เพราะสัญชาตญาณส่งผลให้คนเรามักสนใจเพศตรงข้ามอยู่แล้ว และเมื่อเกิดความรู้สึกสนใจ พึงพอใจ อยากอยู่ใกล้ อยากเอาชนะเพิ่มเข้ามา มันจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย และสนุก เหมือนกำลังเล่นอยู่ในเกมส์ที่มีผู้หญิงเป็นเดิมพัน ช่วงโปรโมชั่นจึงเป็นช่วงที่ผู้ชายอยากจะมัดใจมัดกายของผู้หญิงมากที่สุด ยิ่งถ้ามีคู่แข่งด้วยแล้ว จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและท้าทายมากขึ้นไปอีก เพราะเพศชายนั้นชอบการแข่งขัน และเป็นที่หนึ่ง ยิ่งเอาชนะคู่แข่งได้ และได้รับการยอมรับจากผู้หญิงที่หมายปอง นั่นเป็นชัยชนะที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งค่ะ
หากหมดช่วงโปรโมชั่น ซึ่งอาจมีระยะเวลานานแตกต่างกัน บางคนอาจมีแค่ช่วงสั้นๆ 3 เดือน หรือนานหน่อยก็ 6 เดือน บางคนอาจกินเวลาถึง 1 ปีก็ยังเป็นช่วงหอมหวาน แต่ระยะเวลาพิสูจน์คนค่ะ หากพ้นช่วงโปรโมชั่นไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเค้ายังราบรื่น สวยงาม เสมอต้นเสมอปลาย นั่นอาจหมายถึงผู้ชายคิดคบหาคุณอย่างจริงใจและจริงจัง แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างนะคะ ทั้งนิสัยใจคอ ทัศนคติ ความชอบ ระยะทาง การแสดงออก สิ่งแวดล้อม ความใกล้ชิด บุคคลที่ 3 หรือแม้แต่เซ็กส์ ก็เป็นตัวแปรให้เกิดการพลิกล็อคได้ตลอดเวลาค่ะ
ดังนั้นการคบหาดูใจจึงต้องอาศัยเวลา ถึงแม้สมัยนี้การอยู่ก่อนแต่งจะเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป และสังคมเริ่มยอมรับ คู่รักที่อยู่ก่อนแต่งก็ยังต้องเรียนรู้นิสัยใจคอของกันและกันอยู่ดี จึงไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูกที่จะตัดสินใจคบหากันในลักษณะใด เพราะเป็นเรื่องของทัศนคติ มุมมอง และความเหมาะสมของแต่ละคน แต่ละคู่ค่ะ
สำหรับกฎเกณฑ์ หรือวัฒนธรรมที่มีมานาน เป็นพื้นฐานที่แทรกซึมอยู่ในจิตใจให้เราเป็นคนดี และดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง แต่การใช้ชีวิตเป็นสิทธิ์ของเรา เราเลือกที่จะมีความสุขอย่างเหมาะสมในแบบที่เราต้องการได้ โดยที่ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน หรือทำให้ใครต้องเป็นทุกข์ค่ะ
การแต่งงานเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน แต่หากเราไปยึดติดกับพิธีการและภาพลักษณ์มากจนเกินไป ก็จะกลายเป็นการกดดันตัวเราเอง และคนใกล้ชิดให้ไม่มีความสุขอีกด้วยค่ะ ทุกอย่างควรเกิดจากความพร้อมทั้งกายและใจของทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ
"แรกรัก น้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่พอนาน น้ำตาลยังว่าขม"....การคบหาดูใจ พิสูจน์ได้ด้วยวันและเวลา ยิ่งนานไป เวลาจะเป็นตัวช่วยคัดกรองคนที่ควรจะอยู่ในชีวิตเราเอง ใครจริงใจ ใครไม่จริงใจ ใครใช่ ใครไม่ใช่ และใครจะอยู่กับเราเป็นคนสุดท้าย เราจะได้เห็นเมื่อเวลานั้นมาถึงค่ะ
คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า "ผู้ชายตกหลุมรักด้วยการมองเห็น ผู้หญิงตกหลุมรักด้วยการได้ยิน" ส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนั้นจริงๆค่ะ.. สำหรับผู้ชายนั้น การมองเห็น เป็นความประทับใจแรก จึงมักเป็นปัญหาหึงหวงสำหรับผู้หญิงที่เป็นแฟน เพราะเมื่อผู้ชายมองผู้หญิงคนอื่นนอกจากแฟนตัวเอง ก็ชวนให้คิดแล้วว่า เค้ากำลังสนใจและอยากเป็นแฟนกับผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ ส่วนผู้หญิงนั้น การพูดคุยทำให้ตกหลุมรักได้ง่ายมาก จึงได้มีคำกล่าวที่ว่า "คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง" เพราะการพูดคุยทำให้ผู้หญิงรู้สึกไว้ใจ ผู้ชายที่คุยสนุกเป็นกันเองและมีอารมณ์ขัน มักทำให้ผู้หญิงหวั่นไหวได้ง่ายกว่าการเจอผู้ชายหล่อๆ แต่พูดคุยไม่สนุก และขาดเสน่ห์ และการที่ผู้หญิงมักหลงเสน่ห์หรือหลงคารมจากการพูดคุยกับผู้ชายนั้น ทำให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกผู้ชายไม่ดีหลอกลวงและเอาเปรียบได้ง่ายค่ะ
จริงๆ ผู้ชายก็มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน ใช่ว่าผู้ชายทุกคนตั้งใจจะมาหลอกผู้หญิงในช่วงแรกไปซะหมดหรอกค่ะ แต่เพราะสัญชาตญาณส่งผลให้คนเรามักสนใจเพศตรงข้ามอยู่แล้ว และเมื่อเกิดความรู้สึกสนใจ พึงพอใจ อยากอยู่ใกล้ อยากเอาชนะเพิ่มเข้ามา มันจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย และสนุก เหมือนกำลังเล่นอยู่ในเกมส์ที่มีผู้หญิงเป็นเดิมพัน ช่วงโปรโมชั่นจึงเป็นช่วงที่ผู้ชายอยากจะมัดใจมัดกายของผู้หญิงมากที่สุด ยิ่งถ้ามีคู่แข่งด้วยแล้ว จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและท้าทายมากขึ้นไปอีก เพราะเพศชายนั้นชอบการแข่งขัน และเป็นที่หนึ่ง ยิ่งเอาชนะคู่แข่งได้ และได้รับการยอมรับจากผู้หญิงที่หมายปอง นั่นเป็นชัยชนะที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งค่ะ
หากหมดช่วงโปรโมชั่น ซึ่งอาจมีระยะเวลานานแตกต่างกัน บางคนอาจมีแค่ช่วงสั้นๆ 3 เดือน หรือนานหน่อยก็ 6 เดือน บางคนอาจกินเวลาถึง 1 ปีก็ยังเป็นช่วงหอมหวาน แต่ระยะเวลาพิสูจน์คนค่ะ หากพ้นช่วงโปรโมชั่นไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเค้ายังราบรื่น สวยงาม เสมอต้นเสมอปลาย นั่นอาจหมายถึงผู้ชายคิดคบหาคุณอย่างจริงใจและจริงจัง แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างนะคะ ทั้งนิสัยใจคอ ทัศนคติ ความชอบ ระยะทาง การแสดงออก สิ่งแวดล้อม ความใกล้ชิด บุคคลที่ 3 หรือแม้แต่เซ็กส์ ก็เป็นตัวแปรให้เกิดการพลิกล็อคได้ตลอดเวลาค่ะ
ดังนั้นการคบหาดูใจจึงต้องอาศัยเวลา ถึงแม้สมัยนี้การอยู่ก่อนแต่งจะเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป และสังคมเริ่มยอมรับ คู่รักที่อยู่ก่อนแต่งก็ยังต้องเรียนรู้นิสัยใจคอของกันและกันอยู่ดี จึงไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูกที่จะตัดสินใจคบหากันในลักษณะใด เพราะเป็นเรื่องของทัศนคติ มุมมอง และความเหมาะสมของแต่ละคน แต่ละคู่ค่ะ
สำหรับกฎเกณฑ์ หรือวัฒนธรรมที่มีมานาน เป็นพื้นฐานที่แทรกซึมอยู่ในจิตใจให้เราเป็นคนดี และดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง แต่การใช้ชีวิตเป็นสิทธิ์ของเรา เราเลือกที่จะมีความสุขอย่างเหมาะสมในแบบที่เราต้องการได้ โดยที่ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน หรือทำให้ใครต้องเป็นทุกข์ค่ะ
การแต่งงานเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน แต่หากเราไปยึดติดกับพิธีการและภาพลักษณ์มากจนเกินไป ก็จะกลายเป็นการกดดันตัวเราเอง และคนใกล้ชิดให้ไม่มีความสุขอีกด้วยค่ะ ทุกอย่างควรเกิดจากความพร้อมทั้งกายและใจของทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ
"แรกรัก น้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่พอนาน น้ำตาลยังว่าขม"....การคบหาดูใจ พิสูจน์ได้ด้วยวันและเวลา ยิ่งนานไป เวลาจะเป็นตัวช่วยคัดกรองคนที่ควรจะอยู่ในชีวิตเราเอง ใครจริงใจ ใครไม่จริงใจ ใครใช่ ใครไม่ใช่ และใครจะอยู่กับเราเป็นคนสุดท้าย เราจะได้เห็นเมื่อเวลานั้นมาถึงค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557
หญิงหรือชาย..ใครร้ายกว่า
ถ้าให้บอกด้วยอคติ และความเป็นหญิงก็ต้องบอกว่า ผู้ชาย โคตรร้ายอ่ะ แต่ถ้ามองในมุมของผู้ชายบางคนก็จะมองว่าผู้หญิงช่างร้ายกาจด้วยมารยาร้อยแปดเล่มเกวียน
ที่จริงแล้ว ความร้ายกาจของชายหญิง เรามักตัดสินด้วยประสบการณ์ที่ได้พบได้เจอมา เมื่อเราไม่สมหวัง เมื่อเราผิดหวังอย่างแรง เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบสนองความคาดหวังและต่อต้านเรา นั่นแหละความร้ายกาจที่เราจะได้เจอ
ผู้หญิงหลายคนบอกว่า ผู้ชายร้ายกว่าแน่นอน เพราะเห็นแก่ตัว ชอบเอาเปรียบ เจ้าชู้ ไว้ใจไม่ได้ หาเรื่องนอกใจได้ทุกโอกาส ส่วนผู้ชายหลายคนก็บอกว่า ผู้หญิงสิร้ายนัก 3 วันจากนารีเป็นอื่น ชอบหว่านเสน่ห์ ยั่วผู้ชาย พอชายตกหลุมรักก็สลัดทิ้ง หลอกให้รักแล้วจากไป
ทั้งหมดทั้งมวลที่ผู้หญิงและผู้ชายได้เจอ แล้วตัดสินด้วยความรู้สึกลบนั้น ล้วนเกิดจากการกระทำของอีกฝ่าย ที่ทำให้เราเสียใจ ผิดหวัง แต่อย่าลืมว่า ทุกอย่างมีผลเพราะมีเหตุเสมอ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะเขาหรือเพราะเรา ล้วนแล้วแต่ต้องมีที่มาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุปัจจัยจากอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของเขาและของเราก็ตาม
บางทีเรามักจะมองข้ามสิ่งที่ผ่านมาว่าเราเคยทำสิ่งใดไม่ดีไว้หรือเปล่า เขามีอดีตหรือมีอะไรฝังใจมาบ้าง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ความหวังถูกทำลาย หัวใจถูกทำร้าย สิ่งที่เราโทษคือ คนอื่น ใครผิดใครถูกไม่รู้ รู้แต่ว่าฉันถูกไว้ก่อน นี่คืออคติ และความไม่เป็นกลางเมื่อเราขาดสติ
ด้วยความที่ทุกคนล้วนต่างที่มา วิถีชีวิตที่แตกต่างกัน การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมก็ไม่เหมือนกัน มีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน คนเราจึงคิดต่าง เมื่อต้องมาอยู่ร่วมกับผู้อื่นจึงต้องเรียนรู้และปรับตัว แต่หากเรายังยึดมั่นในอัตตาของตนเอง ไม่คิดเปลี่ยนแปลงด้านไม่ดี ทุกอย่างก็พังได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับคู่รัก หรือคู่สามีภรรยาที่เลิกรากันไป ด้วยเหตุเพียงเพราะไม่สามารถยอมรับความจริงได้นั่นเอง
หญิงหรือชาย ไม่ว่าใครก็มีความร้ายด้วยกันทั้งนั้น สุดแท้แต่เราจะได้พบเจอเขาหรือเธอในด้านใด แต่ทุกเหตุการณ์มีเหตุและผลในตัวของมัน โดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ หากแรงเข้าหากัน ผลตอบกลับย่อมแรงมากขึ้นไปอีก ตัวเราเป็นหนึ่งในชนวนของทุกๆความร้ายของอีกฝ่ายค่ะ และจะเพิ่มขึ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเราตั้งใจเติมเชื้อไฟให้ลุกลามมากแค่ไหนค่ะ
ดังนั้นหากเราเริ่มได้สัญญาณความผิดปกติของอีกฝ่าย สิ่งที่เราควรทำมากที่สุด คือ หยุดทุกการกระทำของเรา แล้วคิดทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้น และอนาคตข้างหน้า ก่อนตัดสินใจทำสิ่งใดต่อไปต้องใคร่ครวญอย่างรอบคอบและมีสติ
หญิงหรือชาย ใครร้ายกว่ากัน อยู่ที่ด้านมืดของแต่ละคนว่าจะแสดงออกมาในทันทีหรือเก็บไว้ระเบิดในภายหลัง ยังไงก็ระวังตัวเราอย่าเป็นชนวนหรือเชื้อไฟให้ใครเขา มิเช่นนั้นภัยอาจมาถึงตัวได้ค่ะ
ที่จริงแล้ว ความร้ายกาจของชายหญิง เรามักตัดสินด้วยประสบการณ์ที่ได้พบได้เจอมา เมื่อเราไม่สมหวัง เมื่อเราผิดหวังอย่างแรง เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบสนองความคาดหวังและต่อต้านเรา นั่นแหละความร้ายกาจที่เราจะได้เจอ
ผู้หญิงหลายคนบอกว่า ผู้ชายร้ายกว่าแน่นอน เพราะเห็นแก่ตัว ชอบเอาเปรียบ เจ้าชู้ ไว้ใจไม่ได้ หาเรื่องนอกใจได้ทุกโอกาส ส่วนผู้ชายหลายคนก็บอกว่า ผู้หญิงสิร้ายนัก 3 วันจากนารีเป็นอื่น ชอบหว่านเสน่ห์ ยั่วผู้ชาย พอชายตกหลุมรักก็สลัดทิ้ง หลอกให้รักแล้วจากไป
ทั้งหมดทั้งมวลที่ผู้หญิงและผู้ชายได้เจอ แล้วตัดสินด้วยความรู้สึกลบนั้น ล้วนเกิดจากการกระทำของอีกฝ่าย ที่ทำให้เราเสียใจ ผิดหวัง แต่อย่าลืมว่า ทุกอย่างมีผลเพราะมีเหตุเสมอ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะเขาหรือเพราะเรา ล้วนแล้วแต่ต้องมีที่มาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุปัจจัยจากอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของเขาและของเราก็ตาม
บางทีเรามักจะมองข้ามสิ่งที่ผ่านมาว่าเราเคยทำสิ่งใดไม่ดีไว้หรือเปล่า เขามีอดีตหรือมีอะไรฝังใจมาบ้าง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ความหวังถูกทำลาย หัวใจถูกทำร้าย สิ่งที่เราโทษคือ คนอื่น ใครผิดใครถูกไม่รู้ รู้แต่ว่าฉันถูกไว้ก่อน นี่คืออคติ และความไม่เป็นกลางเมื่อเราขาดสติ
ด้วยความที่ทุกคนล้วนต่างที่มา วิถีชีวิตที่แตกต่างกัน การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมก็ไม่เหมือนกัน มีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน คนเราจึงคิดต่าง เมื่อต้องมาอยู่ร่วมกับผู้อื่นจึงต้องเรียนรู้และปรับตัว แต่หากเรายังยึดมั่นในอัตตาของตนเอง ไม่คิดเปลี่ยนแปลงด้านไม่ดี ทุกอย่างก็พังได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับคู่รัก หรือคู่สามีภรรยาที่เลิกรากันไป ด้วยเหตุเพียงเพราะไม่สามารถยอมรับความจริงได้นั่นเอง
หญิงหรือชาย ไม่ว่าใครก็มีความร้ายด้วยกันทั้งนั้น สุดแท้แต่เราจะได้พบเจอเขาหรือเธอในด้านใด แต่ทุกเหตุการณ์มีเหตุและผลในตัวของมัน โดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ หากแรงเข้าหากัน ผลตอบกลับย่อมแรงมากขึ้นไปอีก ตัวเราเป็นหนึ่งในชนวนของทุกๆความร้ายของอีกฝ่ายค่ะ และจะเพิ่มขึ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเราตั้งใจเติมเชื้อไฟให้ลุกลามมากแค่ไหนค่ะ
ดังนั้นหากเราเริ่มได้สัญญาณความผิดปกติของอีกฝ่าย สิ่งที่เราควรทำมากที่สุด คือ หยุดทุกการกระทำของเรา แล้วคิดทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้น และอนาคตข้างหน้า ก่อนตัดสินใจทำสิ่งใดต่อไปต้องใคร่ครวญอย่างรอบคอบและมีสติ
หญิงหรือชาย ใครร้ายกว่ากัน อยู่ที่ด้านมืดของแต่ละคนว่าจะแสดงออกมาในทันทีหรือเก็บไว้ระเบิดในภายหลัง ยังไงก็ระวังตัวเราอย่าเป็นชนวนหรือเชื้อไฟให้ใครเขา มิเช่นนั้นภัยอาจมาถึงตัวได้ค่ะ
วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557
เรียนรู้..ดูก่อน
ขออนุญาติออกตัวก่อนว่า ไม่ใช่กูรูในเรื่องรักใคร่สักเท่าไหร่ และไม่ได้รู้จักผู้ชายดีกว่าใครๆหรอกนะคะ แต่ด้วยความที่เป็นคนมีเพื่อนผู้ชายค่อนข้างเยอะ ได้พบปะพูดคุย รู้จัก สนิทสนมกับผู้ชายหลากหลายประเภท ทั้งอายุน้อยกว่า รุ่นเดียวกัน หรือแม้แต่แก่กว่า ก็พบเจอและได้รู้จักมาจำนวนไม่น้อยเลยค่ะ
อ๊ะๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า การที่ผู้หญิงคบหาผู้ชายมากหน้าหลายตา หลายวัยขนาดนี้ จะต้องเป็นผู้หญิงใจแตกหรือไวไฟ ขอยืนยันว่า หาเป็นเช่นนั้นไม่ค่ะ เพราะความที่เป็นคนค่อนข้างหัวโบราณ และถือตัวเล็กๆ แต่มนุษยสัมพันธ์เลิศ จะเรียกว่าชอบเช็คเรตติ้งบ้างก็ไม่ผิด แต่ถ้าใครคิดจะจีบขอบอกว่า ยากมากค่ะ
เรามาเรียนรู้ นิสัยผู้ชายโดยทั่วไปกันดีกว่าค่ะ ด้วยความเป็นชาย ชื่อก็แสนจะแมน แต่ภายในจิตใจเบื้องลึกแล้ว อาจมีความเป็นซาตานที่แสนหยาบคายซ่อนอยู่ หรือที่เราเรียกว่า สันดานดิบ นั่นแหละค่ะ ทุกคนย่อมมีด้านสว่างและด้านมืด ไม่ได้สอนให้คิดลบนะคะ แต่การคิดบวกบางครั้งต้องใช้สติและวิจารณญาณอย่างมาก เพราะการคิดบวกกับผู้ชายบางคนนั้น มันอาจเป็นการเข้าข้างเค้า รวมถึงเข้าข้างตัวเราเองด้วยค่ะ
ผู้ชายนั้นก็มีความคิด ความรู้สึกไม่ต่างจากผู้หญิงเรามากนักหรอกค่ะ แค่พวกเค้าจะไม่คิดอะไรซับซ้อนเหมือนผู้หญิงอย่างเรา คิดและทำอะไรค่อนข้างตรงไปตรงมา และส่วนใหญ่หากคิดจะวางแผนหรือทำอะไรซักอย่าง มักจะไม่เนียนเท่าผู้หญิง เอ..นี่ตกลงใครร้ายกว่าใครคะเนี่ย อิอิ
สัญชาตญาณความเป็นชายนั้น ส่วนใหญ่จะชอบเป็นผู้นำ ต้องการการยอมรับ ต้องการความสำเร็จ อยากดูแลและปกป้องสิ่งที่รัก มีความรับผิดชอบ เสียสละ อดทน มีน้ำใจ ชอบการแข่งขัน ชอบเอาชนะ สามารถเก็บอารมณ์ความรู้สึกได้ดี ไม่ชอบการนินทาไร้สาระ และสนใจเพศตรงข้ามที่สะดุดตา สะดุดใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็อาจแสดงความเป็นชายแท้ ที่เป็นสุภาพบุรุษมากๆ
ซึ่งนิสัยโดยส่วนใหญ่ที่กล่าวมานั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของผู้ชายทุกคน บางคนอาจมีนิสัยดีทั้งหมด หรือบางคนขาดข้อดีบางข้อ มีข้อเสียเยอะกว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก คนเราต่างที่มาก็ต้องมีดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป ไม่มีใครสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว และด้วยความเป็นชายนั้น ถึงแม้นิสัยที่กล่าวมาจะมีอยู่จริงก็ใช่ว่าจะสามารถวัดความเป็นคนดี หรือไม่ดีของเขาได้ เพราะคนเราไม่สามารถตัดสินผิดถูก หรือดีเลวของใครได้เพียงวันเดียว ทุกอย่างต้องอาศัยระยะเวลาค่ะ
ซึ่งหากไม่ได้เป็นตัวของตัวเองตั้งแต่ต้น ก็ไม่สามารถจะหลอกตัวเองและหลอกคนอื่นได้ตลอดรอดฝั่ง ดังนั้น การที่เราจะคบหาหรือศึกษาดูใจกัน ในความสัมพันธ์ของหญิงและชาย จึงจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลา เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ หากมีความจริงใจต่อกันทุกอย่างก็จะราบรื่นขึ้น รวมถึงปัจจัยอื่นๆซึ่งมีผลกับความสัมพันธ์ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ดูก่อนที่จะตัดสินใจ ตกลงปลงใจ เพราะไม่มีใครอยากมีความสัมพันธ์ที่เปราะบางและไม่มั่นคงแน่นอนโดยเฉพาะผู้หญิงค่ะ
อ๊ะๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า การที่ผู้หญิงคบหาผู้ชายมากหน้าหลายตา หลายวัยขนาดนี้ จะต้องเป็นผู้หญิงใจแตกหรือไวไฟ ขอยืนยันว่า หาเป็นเช่นนั้นไม่ค่ะ เพราะความที่เป็นคนค่อนข้างหัวโบราณ และถือตัวเล็กๆ แต่มนุษยสัมพันธ์เลิศ จะเรียกว่าชอบเช็คเรตติ้งบ้างก็ไม่ผิด แต่ถ้าใครคิดจะจีบขอบอกว่า ยากมากค่ะ
เรามาเรียนรู้ นิสัยผู้ชายโดยทั่วไปกันดีกว่าค่ะ ด้วยความเป็นชาย ชื่อก็แสนจะแมน แต่ภายในจิตใจเบื้องลึกแล้ว อาจมีความเป็นซาตานที่แสนหยาบคายซ่อนอยู่ หรือที่เราเรียกว่า สันดานดิบ นั่นแหละค่ะ ทุกคนย่อมมีด้านสว่างและด้านมืด ไม่ได้สอนให้คิดลบนะคะ แต่การคิดบวกบางครั้งต้องใช้สติและวิจารณญาณอย่างมาก เพราะการคิดบวกกับผู้ชายบางคนนั้น มันอาจเป็นการเข้าข้างเค้า รวมถึงเข้าข้างตัวเราเองด้วยค่ะ
ผู้ชายนั้นก็มีความคิด ความรู้สึกไม่ต่างจากผู้หญิงเรามากนักหรอกค่ะ แค่พวกเค้าจะไม่คิดอะไรซับซ้อนเหมือนผู้หญิงอย่างเรา คิดและทำอะไรค่อนข้างตรงไปตรงมา และส่วนใหญ่หากคิดจะวางแผนหรือทำอะไรซักอย่าง มักจะไม่เนียนเท่าผู้หญิง เอ..นี่ตกลงใครร้ายกว่าใครคะเนี่ย อิอิ
สัญชาตญาณความเป็นชายนั้น ส่วนใหญ่จะชอบเป็นผู้นำ ต้องการการยอมรับ ต้องการความสำเร็จ อยากดูแลและปกป้องสิ่งที่รัก มีความรับผิดชอบ เสียสละ อดทน มีน้ำใจ ชอบการแข่งขัน ชอบเอาชนะ สามารถเก็บอารมณ์ความรู้สึกได้ดี ไม่ชอบการนินทาไร้สาระ และสนใจเพศตรงข้ามที่สะดุดตา สะดุดใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็อาจแสดงความเป็นชายแท้ ที่เป็นสุภาพบุรุษมากๆ
ซึ่งนิสัยโดยส่วนใหญ่ที่กล่าวมานั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของผู้ชายทุกคน บางคนอาจมีนิสัยดีทั้งหมด หรือบางคนขาดข้อดีบางข้อ มีข้อเสียเยอะกว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก คนเราต่างที่มาก็ต้องมีดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป ไม่มีใครสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว และด้วยความเป็นชายนั้น ถึงแม้นิสัยที่กล่าวมาจะมีอยู่จริงก็ใช่ว่าจะสามารถวัดความเป็นคนดี หรือไม่ดีของเขาได้ เพราะคนเราไม่สามารถตัดสินผิดถูก หรือดีเลวของใครได้เพียงวันเดียว ทุกอย่างต้องอาศัยระยะเวลาค่ะ
ซึ่งหากไม่ได้เป็นตัวของตัวเองตั้งแต่ต้น ก็ไม่สามารถจะหลอกตัวเองและหลอกคนอื่นได้ตลอดรอดฝั่ง ดังนั้น การที่เราจะคบหาหรือศึกษาดูใจกัน ในความสัมพันธ์ของหญิงและชาย จึงจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลา เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ หากมีความจริงใจต่อกันทุกอย่างก็จะราบรื่นขึ้น รวมถึงปัจจัยอื่นๆซึ่งมีผลกับความสัมพันธ์ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ดูก่อนที่จะตัดสินใจ ตกลงปลงใจ เพราะไม่มีใครอยากมีความสัมพันธ์ที่เปราะบางและไม่มั่นคงแน่นอนโดยเฉพาะผู้หญิงค่ะ
วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557
By ผู้หญิง
เรื่องของเรื่องก็คือ อยากเขียนระบายความเป็นผู้หญิงที่คิดเห็นต่อเพศผู้..ชาย ทั้งโดยส่วนรวม และส่วนตัว ซึ่งอาจแฝงไปด้วยอคติ เอ๊ย ทัศนคติที่เป็นกลาง..บ้าง ไม่น้อยก็มาก ไม่มากก็น้อยล่ะค่ะ อิอิ
ธรรมชาติของผู้หญิง เราก็ทราบกันดี สัญชาตญาณสอนให้เราช่างเม้าท์..อุ๊ย ช่างพูดช่างคุยต่างหากล่ะคะ แต่เรื่องที่เราจะเอามาพูดคุย เล่าสู่กันฟัง หรือแสดงความคิดเห็นก็ต้องเป็นเรื่องของเพศตรงข้ามสิคะ ขอบายที่จะเม้าท์เพศเดียวกันไว้ชั่วคราวและถาวรสำหรับบล็อคนี้ เพราะอันนั้น (เม้าท์หญิง) เป็นการเม้าท์แบบมืออาชีพ ส่วนงานนี้ (เม้าท์ชาย) เป็นการเม้าท์แบบมือสมัครเล่น ขำๆ ชิลล์ๆ จิกๆ ขบๆ กัดๆ งับๆ แบบเบาๆ พอเลือดซิบๆนะคะ ฮ่าๆๆๆ
เคยอ่านหนังสือ หักหลังผู้ชาย มาบ้าง เค้าก็แสบๆคันๆกันตามประสาผู้ชายจริงๆนะคะ เผยไต๋สันดานผู้ชาย ซึ่งก็คงเหมือนที่โบราณว่าไว้ ไม่เจ้าชู้ ไม่ใช่ผู้ชาย ....ก็ใช้ได้มาทุกยุคทุกสมัยจริงๆค่ะ
แต่....เดี๋ยวก่อนนะคะ ยุคนี้ เค้าบอกว่า หญิงชายเท่าเทียมกัน สิทธิสตรีมาเต็ม เพราะฉะนั้น หญิงไทยใจกล้า บ้าศักดิ์ศรีอย่างเรา สมควรใช้สิทธิ์ในการออกความคิดเห็น และออกเสียงกันอย่างเต็มที่ (ไม่ได้จะชวนไปเลือกตั้งนะ หุหุ)
มีอะไรก็จะนำมาเล่าสู่กันฟังบ้าง เป็นประสบการณ์ ทั้งที่เคยพบเจอ พบเห็น ทั้งกับตัวเอง และเพื่อนๆ รวมถึงคนรอบข้างบ้าง โดยจะไม่เอ่ยนามใคร หรือพาดพิงชื่อผู้ใดทั้งสิ้น แต่ก็ชีวิตจริงล้วนๆค่ะ จะโชกโชน โชกเลือดขนาดไหน ไว้มาคุยกันอีกที อย่างน้อยอดีตที่ผ่านมาก็เป็นบทเรียนสอนใจ และสอนใครต่อใครได้จริง เพียงแต่เราก็ใช้วิจารณญาณ และพิจารณาเอาเอง นำไปปรับใช้ได้เต็มที่ค่ะ
เรื่องทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา ผิดถูกจริงๆแล้ว ไม่มีใครรู้หรือตัดสินได้ มันขึ้นอยู่กับวิธีคิดและทัศนคติที่เรามีต่อตัวเราเอง ต่อคนอื่น ต่อเรื่อง ต่อเหตุการณ์นั้นค่ะ ยังไงก็อ่านไว้เป็นข้อคิด เป็นอุทาหรณ์ หรือจะเพื่อความบันเทิงก็ได้ค่ะ อย่างที่บอก อดีตก็คือ อดีตนะคะ ทุกเรื่องไม่ว่าจะใหญ่โต สาหัสแค่ไหน เมื่อเราผ่านมันมาได้แล้วหันกลับไปมอง มันก็เล็กซะจนมองแทบไม่เห็น แล้วเราก็หันกลับมาเดินหน้าต่อไป เรื่องใหญ่ๆยังรอเราอยู่อีกเพียบค่ะ
เขียนไว้ให้ผู้หญิงได้อ่านและศึกษาความเป็นผู้ชายในหลายๆแบบ เผื่อเป็นประโยชน์ในการคบหา ศึกษาดูใจ แบบไหนจริงใจ แบบไหนไม่จริงใจ แล้วผู้ชายมาไม้ไหน หรือปัญหาครอบครัว การนอกใจ โอ๊ยยย สารพัด ต้นเหตุไม่รู้มาจากไหน แต่สุดท้ายผู้ชายก็เป็นส่วนประกอบในทุกที ทุกเรื่องไป.... มารยาชายบางทีก็ร้ายกว่ามารยาหญิงนะคะ พูดเลย..(เพื่อนชายคนหนึ่งได้กล่าวไว้)
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ผู้หญิง และ ผู้ชาย ทุกท่าน ในทุกเรื่องค่ะ (สรุปแบบนางเอกเลย อิอิ) ว่าแล้วก็เตรียมหาเรื่องแฉผู้ชายในโพสต์หน้านี้ก่อนนะคะ 555 ... หน้าหนาวแล้ว หาเสื้อหนาๆ กับผ้าห่มเตรียมไว้นะคะ เพราะมันเริ่มหนาววววแล้วค่า อิอิอิ
ธรรมชาติของผู้หญิง เราก็ทราบกันดี สัญชาตญาณสอนให้เราช่างเม้าท์..อุ๊ย ช่างพูดช่างคุยต่างหากล่ะคะ แต่เรื่องที่เราจะเอามาพูดคุย เล่าสู่กันฟัง หรือแสดงความคิดเห็นก็ต้องเป็นเรื่องของเพศตรงข้ามสิคะ ขอบายที่จะเม้าท์เพศเดียวกันไว้ชั่วคราวและถาวรสำหรับบล็อคนี้ เพราะอันนั้น (เม้าท์หญิง) เป็นการเม้าท์แบบมืออาชีพ ส่วนงานนี้ (เม้าท์ชาย) เป็นการเม้าท์แบบมือสมัครเล่น ขำๆ ชิลล์ๆ จิกๆ ขบๆ กัดๆ งับๆ แบบเบาๆ พอเลือดซิบๆนะคะ ฮ่าๆๆๆ
เคยอ่านหนังสือ หักหลังผู้ชาย มาบ้าง เค้าก็แสบๆคันๆกันตามประสาผู้ชายจริงๆนะคะ เผยไต๋สันดานผู้ชาย ซึ่งก็คงเหมือนที่โบราณว่าไว้ ไม่เจ้าชู้ ไม่ใช่ผู้ชาย ....ก็ใช้ได้มาทุกยุคทุกสมัยจริงๆค่ะ
แต่....เดี๋ยวก่อนนะคะ ยุคนี้ เค้าบอกว่า หญิงชายเท่าเทียมกัน สิทธิสตรีมาเต็ม เพราะฉะนั้น หญิงไทยใจกล้า บ้าศักดิ์ศรีอย่างเรา สมควรใช้สิทธิ์ในการออกความคิดเห็น และออกเสียงกันอย่างเต็มที่ (ไม่ได้จะชวนไปเลือกตั้งนะ หุหุ)
มีอะไรก็จะนำมาเล่าสู่กันฟังบ้าง เป็นประสบการณ์ ทั้งที่เคยพบเจอ พบเห็น ทั้งกับตัวเอง และเพื่อนๆ รวมถึงคนรอบข้างบ้าง โดยจะไม่เอ่ยนามใคร หรือพาดพิงชื่อผู้ใดทั้งสิ้น แต่ก็ชีวิตจริงล้วนๆค่ะ จะโชกโชน โชกเลือดขนาดไหน ไว้มาคุยกันอีกที อย่างน้อยอดีตที่ผ่านมาก็เป็นบทเรียนสอนใจ และสอนใครต่อใครได้จริง เพียงแต่เราก็ใช้วิจารณญาณ และพิจารณาเอาเอง นำไปปรับใช้ได้เต็มที่ค่ะ
เรื่องทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา ผิดถูกจริงๆแล้ว ไม่มีใครรู้หรือตัดสินได้ มันขึ้นอยู่กับวิธีคิดและทัศนคติที่เรามีต่อตัวเราเอง ต่อคนอื่น ต่อเรื่อง ต่อเหตุการณ์นั้นค่ะ ยังไงก็อ่านไว้เป็นข้อคิด เป็นอุทาหรณ์ หรือจะเพื่อความบันเทิงก็ได้ค่ะ อย่างที่บอก อดีตก็คือ อดีตนะคะ ทุกเรื่องไม่ว่าจะใหญ่โต สาหัสแค่ไหน เมื่อเราผ่านมันมาได้แล้วหันกลับไปมอง มันก็เล็กซะจนมองแทบไม่เห็น แล้วเราก็หันกลับมาเดินหน้าต่อไป เรื่องใหญ่ๆยังรอเราอยู่อีกเพียบค่ะ
เขียนไว้ให้ผู้หญิงได้อ่านและศึกษาความเป็นผู้ชายในหลายๆแบบ เผื่อเป็นประโยชน์ในการคบหา ศึกษาดูใจ แบบไหนจริงใจ แบบไหนไม่จริงใจ แล้วผู้ชายมาไม้ไหน หรือปัญหาครอบครัว การนอกใจ โอ๊ยยย สารพัด ต้นเหตุไม่รู้มาจากไหน แต่สุดท้ายผู้ชายก็เป็นส่วนประกอบในทุกที ทุกเรื่องไป.... มารยาชายบางทีก็ร้ายกว่ามารยาหญิงนะคะ พูดเลย..(เพื่อนชายคนหนึ่งได้กล่าวไว้)
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ผู้หญิง และ ผู้ชาย ทุกท่าน ในทุกเรื่องค่ะ (สรุปแบบนางเอกเลย อิอิ) ว่าแล้วก็เตรียมหาเรื่องแฉผู้ชายในโพสต์หน้านี้ก่อนนะคะ 555 ... หน้าหนาวแล้ว หาเสื้อหนาๆ กับผ้าห่มเตรียมไว้นะคะ เพราะมันเริ่มหนาววววแล้วค่า อิอิอิ
Female.
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)





.jpg)




