แรกรักอะไรๆก็หอมหวาน โลกเป็นสีชมพู ทุกอย่างดูดี ดูสวยงามไปหมด ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก การเอาใจใส่ดูแลเทคแคร์มาเต็ม ไม่ต้องเอ่ยปากก็อยากฝากรักทุกเวลา..สมัยนี้เค้าเรียก ช่วงโปรโมชั่น คุณผู้หญิงอยากได้อะไร ช่วงนี้ควรจัดเต็มและรีบตักตวง หมายถึงความสุขนะคะ ไม่ใช่ให้ไปหลอกเอาเงินเอาทองจากเค้า
คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า "ผู้ชายตกหลุมรักด้วยการมองเห็น ผู้หญิงตกหลุมรักด้วยการได้ยิน" ส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนั้นจริงๆค่ะ.. สำหรับผู้ชายนั้น การมองเห็น เป็นความประทับใจแรก จึงมักเป็นปัญหาหึงหวงสำหรับผู้หญิงที่เป็นแฟน เพราะเมื่อผู้ชายมองผู้หญิงคนอื่นนอกจากแฟนตัวเอง ก็ชวนให้คิดแล้วว่า เค้ากำลังสนใจและอยากเป็นแฟนกับผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ ส่วนผู้หญิงนั้น การพูดคุยทำให้ตกหลุมรักได้ง่ายมาก จึงได้มีคำกล่าวที่ว่า "คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง" เพราะการพูดคุยทำให้ผู้หญิงรู้สึกไว้ใจ ผู้ชายที่คุยสนุกเป็นกันเองและมีอารมณ์ขัน มักทำให้ผู้หญิงหวั่นไหวได้ง่ายกว่าการเจอผู้ชายหล่อๆ แต่พูดคุยไม่สนุก และขาดเสน่ห์ และการที่ผู้หญิงมักหลงเสน่ห์หรือหลงคารมจากการพูดคุยกับผู้ชายนั้น ทำให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกผู้ชายไม่ดีหลอกลวงและเอาเปรียบได้ง่ายค่ะ
จริงๆ ผู้ชายก็มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน ใช่ว่าผู้ชายทุกคนตั้งใจจะมาหลอกผู้หญิงในช่วงแรกไปซะหมดหรอกค่ะ แต่เพราะสัญชาตญาณส่งผลให้คนเรามักสนใจเพศตรงข้ามอยู่แล้ว และเมื่อเกิดความรู้สึกสนใจ พึงพอใจ อยากอยู่ใกล้ อยากเอาชนะเพิ่มเข้ามา มันจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย และสนุก เหมือนกำลังเล่นอยู่ในเกมส์ที่มีผู้หญิงเป็นเดิมพัน ช่วงโปรโมชั่นจึงเป็นช่วงที่ผู้ชายอยากจะมัดใจมัดกายของผู้หญิงมากที่สุด ยิ่งถ้ามีคู่แข่งด้วยแล้ว จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและท้าทายมากขึ้นไปอีก เพราะเพศชายนั้นชอบการแข่งขัน และเป็นที่หนึ่ง ยิ่งเอาชนะคู่แข่งได้ และได้รับการยอมรับจากผู้หญิงที่หมายปอง นั่นเป็นชัยชนะที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งค่ะ
หากหมดช่วงโปรโมชั่น ซึ่งอาจมีระยะเวลานานแตกต่างกัน บางคนอาจมีแค่ช่วงสั้นๆ 3 เดือน หรือนานหน่อยก็ 6 เดือน บางคนอาจกินเวลาถึง 1 ปีก็ยังเป็นช่วงหอมหวาน แต่ระยะเวลาพิสูจน์คนค่ะ หากพ้นช่วงโปรโมชั่นไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเค้ายังราบรื่น สวยงาม เสมอต้นเสมอปลาย นั่นอาจหมายถึงผู้ชายคิดคบหาคุณอย่างจริงใจและจริงจัง แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างนะคะ ทั้งนิสัยใจคอ ทัศนคติ ความชอบ ระยะทาง การแสดงออก สิ่งแวดล้อม ความใกล้ชิด บุคคลที่ 3 หรือแม้แต่เซ็กส์ ก็เป็นตัวแปรให้เกิดการพลิกล็อคได้ตลอดเวลาค่ะ
ดังนั้นการคบหาดูใจจึงต้องอาศัยเวลา ถึงแม้สมัยนี้การอยู่ก่อนแต่งจะเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป และสังคมเริ่มยอมรับ คู่รักที่อยู่ก่อนแต่งก็ยังต้องเรียนรู้นิสัยใจคอของกันและกันอยู่ดี จึงไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูกที่จะตัดสินใจคบหากันในลักษณะใด เพราะเป็นเรื่องของทัศนคติ มุมมอง และความเหมาะสมของแต่ละคน แต่ละคู่ค่ะ
สำหรับกฎเกณฑ์ หรือวัฒนธรรมที่มีมานาน เป็นพื้นฐานที่แทรกซึมอยู่ในจิตใจให้เราเป็นคนดี และดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง แต่การใช้ชีวิตเป็นสิทธิ์ของเรา เราเลือกที่จะมีความสุขอย่างเหมาะสมในแบบที่เราต้องการได้ โดยที่ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน หรือทำให้ใครต้องเป็นทุกข์ค่ะ
การแต่งงานเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน แต่หากเราไปยึดติดกับพิธีการและภาพลักษณ์มากจนเกินไป ก็จะกลายเป็นการกดดันตัวเราเอง และคนใกล้ชิดให้ไม่มีความสุขอีกด้วยค่ะ ทุกอย่างควรเกิดจากความพร้อมทั้งกายและใจของทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ
"แรกรัก น้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่พอนาน น้ำตาลยังว่าขม"....การคบหาดูใจ พิสูจน์ได้ด้วยวันและเวลา ยิ่งนานไป เวลาจะเป็นตัวช่วยคัดกรองคนที่ควรจะอยู่ในชีวิตเราเอง ใครจริงใจ ใครไม่จริงใจ ใครใช่ ใครไม่ใช่ และใครจะอยู่กับเราเป็นคนสุดท้าย เราจะได้เห็นเมื่อเวลานั้นมาถึงค่ะ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น